วิธีติดตั้ง DHCP Server บน Linux CentOS 6

By | 21/01/2013
DHCP_LINUX

DHCP_LINUX

เมื่อก่อนตอนผมเริ่มจับ linux server ใหม่ๆ อย่างแรกผมได้รับหน้าทำ proxy server เพื่อ share internet ให้คอมพิวเตอร์ 50 เครื่อง โดยใช้ squid ในตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าต้องทำอะไรก่อนเลยครับ
ผมจึงได้หาดูข้อมูลในเน็ต อยู่หลายวันในเรื่องการทำ proxy server ครับ จนสามารถจับต้นชนปลายได้ จนรู้ว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้ server ตามต้องการ พอหาเจอข้อมูลและวิธีการ config service ต่างๆ ได้แล้ว
ก็มาลองทำดูครับ ผลก็ล้มเหลวครับเนื่องจากว่า วิธีที่สอนในเว็บ ก็เก่ามากแล้ว เรามาจับทำบน CentOS 5.5 ก็ไม่ทำงาน start service ไม่ได้ ซะงั้นครับ แต่ทำไปทำมาก็เสร็จ ได้อยู่ดี แต่ต้องอกทนฝึกฝนไปเรื่อยๆ ครับ

งานหลักๆ สิ่งที่เราต้องทำเพื่อให้ได้ proxy server และสามารถ shared internet ให้เครื่อง client ก็จะมี
1. ติดตั้ง Proxy server โดยใช้ Squid
2. ติดตั้ง DHCP Server เพื่อแจก IP ให้เครื่อง Client
3. ทำ NAT และ Redirect port 80 ไปยัง port ของ squid ที่เราติดตั้งไว้ โดยใช้ iPTABLES

สำหรับวันนี้ จะเขียนวิธีติดตั้ง DHCP Server บน CentOS 6 ครับ
ถามว่า DHCP คืออะไร? ขออธิบายตามความเข้าใจและประโยชน์ของมันนะครับ DHCP(Dynamic Host Configuration Protocol) คือโปรโตคอลที่ใช้ในการกำหนดหมายเลข IP Address อัตโนมัติให้แก่เครื่องลูกในระบบ Network ที่ติดตั้ง TCP/IP ปกติเครื่องคอมพิวเตอร์แทบทุกเครื่องจะมี TCP/IP อยู่แล้ว และตัว DHCP server จะมีหน้าที่แจก IP Address ในระบบ Network ไม่ให้ซ้ำกัน เป็นการลดความซ้ำซ้อนของ IP Address เมื่อเครื่องลูกเริ่ม boot ระบบก็จะขอ IP address, Subnet mark, หมายเลข DNS และ Default gateway จากเครื่อง Server โดยที่เราไม่ต้องเดินไป Fix ip ให้เครื่องลูกอีก

วิธีติดตั้ง DHCP Server บน CentOS 6 มีไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ
เครื่องใครทำจะระบบนี้ใครจะมี Lab Card ตั้งแต่ 2 ใบขึ้นไป และให้ผู้อ่าน ทำการ ตั้งค่า IP Address ให้ NIC ทั้งสองใบให้เรียบร้อย

ใบที่ 1 ให้ตั้งเป็น wan โดยเซ็ตเป็น ip ของ router แล้วเครื่องต้องสามารถออกเน็ตได้
ใบที่ 2 แนะนำให้ตั้งตามผมไว้นะครับ คือย้าน IP ที่จะแจกให้ Client ครับ
โดยให้ตั้ง IP : 192.168.10.1
Subnet : 255.255.255.0
ที่เหลือ พวก gateway, dns ไม่ต้องระบุอะไรครับ

ต่อไปก็มาเริ่มติดตั้ง DHCP Server กันครับ

สั่ง

# yum update -y  # เครื่องใครดีอยู่แล้วไม่ต้องสั่งก็ได้ครับ  # yum search dhcp # ค้นหา package dhcp ว่ามีอยู่ใน repo หรือเปล่า ของใครไม่มีก็ต้องหา repo ใหม่มาอัพเดทครับ ปกติมีอยู่แล้ว แทบทุก OS  # yum install dhcp # ติดตั้ง dhcp ผ่านคำสั่ง yum install

หลังจากติดตั้ง DHCP เสร็จแล้ว เราก็ต้องมา config DHCP ให้ทำงานเข้ากัน Lan Card ใบที่ 2 ไฟล์ config ของ DHCP จะอยู่ที่ /etc/dhcp/dhcpd.conf
สั่ง

# vim /etc/dhcp/dhcpd.conf  # เข้าไปแก้ไขไฟล์ config

แนะนำให้ config ตามผมเลยนะครับ จะได้ไม่มีไรผิดพลาด

# กำหนดชื่อ โดเมน จะใส่อะไรก็ได้ครับ  option domain-name "pishit.net";    # ระบุชื่อ hostname ใส้แบบด้านบนก็ได้  option domain-name-servers pishit.net;    # default lease time  default-lease-time 600;    # max lease time  max-lease-time 7200;    # this DHCP server to be declared valid  authoritative;    # กำหนดย้าน IP และ subnet mask ที่จะใช้งาน  subnet 192.168.10.0 netmask 255.255.255.0 {    # กำหนด ย้าน IP ที่จะแจกให้ client ผมกำหนดให้แจกตั้งแต่ 200-254 สั่งเกตเลข 2 ตัวสุดท้าย  range dynamic-bootp 192.168.10.200 192.168.10.254;    # specify broadcast address  option broadcast-address 192.168.10.255;    # กำหนดเลข IP Gateway ที่จะแจกให้เครื่อง client  option routers 192.168.10.1;    }

จากนั้นก็บันทึกโดยกด :wq และ enter

สั่ง

# service dhcpd restart

ถ้า output ไม่มี error ก็แสดงว่าไม่มี อะไรผิดพลาด ก็ให้ต่อสาย lan จาก NIC ใบที่ 2 ไปที่ hub ของเครื่องทั้งหมดและเช็คดูว่าได้รับ IP หรือยัง
ได้รับแล้วเน็ตจะยังใช้ไม่ได้นะครับ เพราะยังไม่ได้ทำ ข้อ 1 และ 3 ไว้ติดตามมตอนต่อไปครับ

ขอบพระคุณที่ติดตามครับ เขียนผิดหรือ งง ตรงไหนต้องขออภัยด้วยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *